ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กรกฎาคม 20, 2019, 02:31:45 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: เปิดทำการแล้ว ฟาร์มเห็ดฟัทยาเว็บบอร์ด พูดคุยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น ท่านสามารถโพสข้อความคำถาม,สาระความรู้ แบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการทำฟาร์มเห็ดต่างๆได้เลยครับ

+  Pattaya Farm
|-+  หมวดหมู่ทั่วไป
| |-+  สาระความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการเพาะเห็ด
| | |-+  ขั้นตอนการเพาะเห็ดถุง
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ขั้นตอนการเพาะเห็ดถุง  (อ่าน 9229 ครั้ง)
agkkarut
Administrator
*****
กระทู้: 16


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2010, 08:06:33 PM »

ขั้นตอนการเพาะเห็ดถุง
การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก เปนการเพาะที่เลียนแบบธรรมชาติ และมีการพัฒนาการเพาะกับเห็ด
มากมายหลายชนิด อาทิ เชน เห็ดนางฟา เห็ดนางรม เห็ดเปาฮื้อ เห็ดขอนขาว เห็ดลม เห็ดแคลง
เห็ดยานางิ เห็ดหลินจือ เปนตน โดยมีวัสดุหลักที่ใชเฉพาะ คือ ขี้เลื่อยไมยางพารา ซึ่งในบางแหงอาจใช
วัสดุอื่นทดแทนก็ได เชน ชานออย ฟางขาว หรือหญาปนละเอียด เนื่องจากขี้เลี่อยไมยางพารา มีราคา
สูงขึ้น และแหลงวัตถุดิบจะมีอยูในเฉพาะภาคใต และภาคตะวันออก ของประเทศไทยเทานั้นการเพาะเห็ด
ในถุงพลาสติก เปนการผลิตที่สรางรายไดใหแกเกษตรกรไดเปนอยางดี เพราะเห็ดเปนแหลงอาหารที่มี
โปรตีนสูง สามารถนําไปประกอบอาหารไดหลากหลายชนิด มีรสชาดดี และเปนที่นิยมของผูบริโภค
วัสดุและอุปกรณในการเพาะเห็ดถุง
1. หัวเชื้อเห็ด
2. อาหารเพาะกอนเชื้อเห็ด
3. ถังนึ่งไมอัดความดัน หรือหมอนิ่งความดัน
4. โรงเรือนหรือสถานที่บมเสนใยและเปดดอก
5. ถุงพลาสติกทนรอน ขนาด 7” x 11” – 9” X 13” ฯลฯ
6. คอพลาสติกขนาดเส็นผาศูนยกลางประมาณ 1- 1.5 นิ้ว
7. ฝายหรือสําลีและยางรัด
โรคของเห็ดถุง
เห็ ดที่เพาะเลี้ยงในถุงพลาสติกบรรจุขี้เลื่ อยหรื อฟางหมั ก หรื อใชวัสดุเหลื อใชจากผลผลิ ตทาง
การเกษตรอื่นๆ เปนวัสดุหลัก และมีอาหารอื่นๆ มี 2 – 3 ชนิด เปนอาหารเสริมในการเพาะแลวใสเชื้อ
เห็ ดที่ ตองการลงไป เรียกวาเห็ดถุง ไดแก การเพาะเห็ดในสกุลเห็ดนางรม(Pleurotus sp.) เช น เห็ด
นางรม เห็ ดนางฟ า เห็ ดเปาฮื้ อ เห็ ดนางรมภูฎาน เห็ดสีชมพู เห็ ดขอนขาว และเห็ดหอม(Lentinus
edodes) ฯลฯ
โรคของเห็ดถุง เกิดไดทั้งเชื้อราแขงขัน (competitor fungi) และเชื้อราโรคเห็ ด(disease fungi)
โดยทั่ วไปเชื้อราปนเปอนหรื อแขงขันมั กจะเกิ ดขึ้นกับขี้เลื่อยซึ่งเปนวั สดุ เพาะขณะกําลังบมเชื้อ เชื้อรา
เหลานี้สวนใหญเปนพวกที่เสนใยเจริญเร็วมาก (rapid growing mouids) เชน เชื้อรา Trichoderma,
Mucor, Neurospora เปนตน ตัวอยางในกรณีของถุงเพาะเห็ดหอม เมื่อเกิดเชื้อรา แขงขัน เสนใยเห็ด
จะชะงักการเจริญเติบโต โดยสังเกตจากเสนแบงเขต (Zone line) ที่บริเวณเสนใยเห็ดเจริญมาบรรจบกัน
กับเสนใยของเชื้อราปนเปอน (Contaminated fungi) การเกิดเชื้อราปนเปอนในถุงเห็ด มักเปนสาเหตุให
ผลผลิตเห็ ดลดลง ถามีเชื้อราเหล านี้เกิดบริเวณปากถุง เชน การเกิดเชื้อรา Neurospora เปนเหตุใหเกิด
การระบาดไปทั่วทั้งโรงเพาะ ทําใหการเพาะเห็ดไดรับความเสียหายได ผลผลิตลดลง
โรคของเห็ดถุงที่พบโดยทั่วไปมีดังนี้
1. โรคเกิดจากเชื้อรา
2. โรคเกิดจากเชื้อไวรัส
3. โรคขีดสนิม
โรคซึ่งเกิดจากเชื้อรา มีดังนี้
1. เชื้อรากลุมแอสเพอรจิลลัส (Aspergillus) ลักษณะโดยทั่วไปของถุงเห็ดหรือกอนเชื้อ
เห็ด คือ บางสวนของถุงเห็ดที่มีสีเขียวเขมเกือบดํา อาจเกิดขึ้นที่สวนบนใกลปากถุงแลวลามลงไปขางลาง
หรืออาจเกิ ดจาดานล างขึ้นไปก็ได บางสวนของถุงเห็ดมีสีน้ํ าตาลเกิดขึ้นติดกับบริเวณที่มีสี เขียวเขม เมื่อ
นํ ากอนเชื้อเห็ดที่มีลักษณะดังกลาวไปแยกเชื้อบริสุทธิ์ พบวามีเชื้ อรา Aspergillus 3 กลุม คือ Aspergillus
flavus, A. fumigatus และ A.niger
2. เชื้อราโบไตรโอดิฟโพลเดี ย (Botryodipiodia) หรือราดํา ลักษณะของถุงเห็ด ดังนี้ คือ
ขี้เลื่อยในถุงเห็ดจะมีสี น้ําตาลเขมเกือบดํา เริ่มแรกเชื้อรามีสีขาว ตอมาเชื้อราสีขาวจะขยายกว างขึ้นเรื่อย
เมื่อทิ้ งไวนานๆ จะสังเกตเห็ นก อนเล็กๆ สีดํานูนออกมาที่ผิ วของถุงพลาสติก เนื่องจากเชื้อราสรางสวน
ขยายพันธุชนิดหนึ่งที่เรียกวา pycnidia ซึ่งภายในมีสปอร เกิดขึ้นจํานวนมากมาย
3. เชื้อรากลุมราเขียว หรื อ Green Mouid (Trichoderma และ Glocldium) ลักษณะการ
ปนเปอนของถุงเห็ดเนื่องมาจากราเขียว จะสังเกตเห็นไดงาย เนื่องจากสปอร (Spore) ของเชื้อรามี สีเขียว
ออนใส เมื่อเกิดรวมกันหนาแนนจึงทําให เห็นเปนหยอมสีเขี ยวมะกอก หรือเขียวเข มในถุงเห็ด ครั้ งแรก
จะเหนเสนใยสีขาวเจริญเติบโตดีในก อนเชื้อเห็ดแลวเปลี่ยนสีไปเนื่องจากเชื้อรามีอายุมากขึ้ น เชื้อรากลุม
ราเขียวนี้มีหลายชนิ ด แต ละชนิดยอยแตกตางกันออกไปอีก ยกเวนลั กษณะตางๆ ทางสัณฐานวิทยาของ
เชื้อรามีลักษณะใกลเคียงกัน เชื้อราเขียวที่พบมีดังนี้
2.1 ราเขียว Gliocladium sp.
2.2 ราเขียว Trichoderma spp.
ซึ่งแยกได T. hazianum, T. hamatum และ T. aureoviride , Rifai นอกจากนี้เชื้อรา
Gliocladium virens ยังทําใหเกิดโรคกับดอกเห็ดนางรมได
4. ราเขียวเพนนิซีเลียมและเพซีโลไมซีส (Penicillium และ Paecilomyces) รา 2 ชนิด นี้มี
ลักษณะรูปรางทางสัณฐานวิทยาคลายคลึงกันมาก เปนพวกที่สรางสปอรจํานวนมาก และการเจริญเติบโต
เปนไปอยางรวดเร็ว รา Paecilomyces เปนราทนร อน และเปนราชอบรอน (Thermotolerant and
Thermophillic) มี ความสามารถทนตออุณหภูมิสูงได มักจะเกิดในถุงเห็ ดหอม ลักษณะปรากฏบนถุ ง
เห็ดหอมเปนฝุนสี ซีดๆ เชน สีน้ําตาลซีดๆ ปนเหลืองออน หรือสีเหลือซีดจางๆ และสังเกตเสนแบงเขต
(Zone line) การเจริญเติบโตของเชื้อเห็ดและเชื้อราไดอยางชัดเจน
สวนรา Penicillium เปนราชอบอุ ณหภู มิสู งปานกลาง ลักษณะบนถุ งเห็ดเปนหย อมสีเขียว
ตองออน สีเหลืองออนอมเขียว สีเทาออน มองดูคลายสกปรกหรือฝุนเกาะมักเกิดดานลางของถุงเห็ด
5. ราสี สมหรือรารอน (Neurospora sp.) ราสีสมมักเกิดเปนกระจุกบริเวณปากถุง มี
ลักษณะเปนผงสีชมพูอมสม หรือเปนกอนติดกันสีชมพู บางถุงอาจมีราสีสมเกิดที่กนถุงได เชื้อราระยะนี้
สรางสวนขยายพันธุที่เรียกวาสปอรและอยูใน lmperfect stage จึงเรียกเปนเชื้อรา Monilia sp. การระบาด
ของราสีสมจะทําใหเสนใยเห็ดเจริญไมได เนื่องจากรานี้ทําใหเสนใยเห็ดเสียกอน
6. ราเมือก (Slime mound) ราเมือกจะเกิดกับถุงเห็ดที่เปดถุงเก็บดอกไปแลวแลวหลาย
รุนและเป นถุ งที่อยูด านลางสุด ปกติจะสังเกตเห็ นเสนสี เหลืองชั ดเจนที่บริเวณดานขางๆ ถุ ง และบริ เวณ
ปากถุ ง โดยมากมักจะเกิ ดกับถุงเห็ดหูหนู ซึ่งมีการกรีดดานขาง เมื่อรดน้ํานานๆ ทําใหถุงเห็ดชื้นแฉะ
และถุงเห็ดภูฎานที่หมดรุนแลว แตยังไมมีการขนยายเพื่อทําความสะอาดโรงเรือน
โรคเกิดจากเชื้อไมมีสาเหตุ
ไดแก การแปรปรวนของอากาศ อุณหภูมิ ความชื้ น เช น โรคราสนิ ม ของดอกเห็ด
เปาฮื้อในระยะเปลี่ยนอากาศ เชน จากรอนเปนฝน ฝนเปนหนาว ดอกเห็ดภายนอกและโคนดอกจะเปน
ซีดๆ สี น้ําตาลคลายสนิม บางแผลขยายมารวมกั น เกิดเป นบริ เวณสีน้ําตาลขนาดใหญ กลายเป นสี
น้ํ าตาลครึ่งดอก จนกระทั่งเกือบทั้ งดอก ถาเกิ ดโรคในขณะที่ดอกเห็ ดจะเปลี่ยนเปนสีน้ํ าตาล ฝอแห ง
มักจะเกิดกั บเห็ดรุนแรก เชื้อราที่เกิ ดขึ้นในถุงพลาสติกเพาะเห็ดมักจะเปนเชื้ อราแข งขั น (Competitor)
เป นพวกที่ เจริ ญเติบโตเร็วกวาและแย งอาหารของเชื้อเห็ ด ในบางครั้งอาจทําใหเสนใยเห็ดชะงั กการ
เจริญเติบโตได เชื้ อราบางชนิดอาจทํ าใหความเสี ยหายกั บเสนใยไมมากนัก เพราะถามีอาหารที่ ไม
เหมาะสมหรือสภาพความเปนกรด เปนดางของวัสดุเพาะไมเหมาะเชื้อราเหลานี้ก็ไมเจริญเติบโต เชื้อรา
อีกชนิดหนึ่งเปนพวกที่สรางสารปฏิชีวนะ (antibiotic) ไปชะงักการเจริญเติบโตของจุลินทรียอื่นๆ รวมทั้ ง
เสนใยเห็ดดวย
สาเหตุของการเกิดเชื้อราปนเปอนมีหลายประการ เชน การทิ้งถุงกอนเชื้อเห็ดที่เก็บดอก
แลวในบริ เวณฟารม ซึ่งเปนโอกาสใหเชื้ อรายังกระจายอยูในบริเวณนั้ น เมื่อมีฝนตกหรือลมแรงเชื้ อราจะ
ถู กฝนชะหรือลมพัดแพรเขาไปในบริเวณโรงเรือนเพาะเห็ดโดยตรง หรือตกลงไปในน้ําที่ใชรดเห็ดได
นอกจากนี้ยั งมี สาเหตุอื่นๆ อีก เชน หัวเชื้อไมบริสุทธิ์ การนึ่งฆาเชื้อถุงเห็ดที่ทําลายเชื้อไม หมด ถุ งแตก
หรือถูกแมลงทําลาย
การปองกันการเกิดเชื้อราปนเปอนในการเพาะเห็ดถุง
1. ตรวจสอบความสะอาดและความบริสุทธิ์ของหัวเชื้อกอนซื้อ
2. การถายเชื้อหรือใส เชื้อ ควรทํ าในหองที่สะอาดปราศจากฝุนละอองหรือเชื้อโรคอื่นๆ
หรือ บริเวณที่ไมมีอากาศถายเท
3. คัดแยกถุงเห็ดเสีย ถุงเห็ดแตก ถุงเห็ดที่มีจุกสําลีชื้น นําไปนึ่งใหม หรือเผาเพื่อลดการ
ระบาดของเชื้อรา
4. รักษาความสะอาดโรงเพาะ และบริเวณโดยทั่วไปรอบๆ ฟารม
5. เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล ว ควรพักโรงเพาะเห็ ดประมาณ 2-3 อาทิตย เพื่อทําความ
สะอาดและฉีดยาฆาแมลง หรือเชื้อราที่อาจซุกซอนตามพื้น และพื้นเสา ก อนนําถุงเห็ดชุดใหมเขามา ถา
เปนไปไดควรแยกโรงบมกับโรงเปดดอกตางหาก
โดยทั่วไปปญหาในการเพาะเห็ดโดยเฉพาะดานโรคและแมลง มักเริ่มตนที่การละเลย
การรักษาความสะอาด ดังนั้นถาผูเพาะเห็ดมีความเขาใจและใหความสําคัญของความสะอาด ตั้งแต
เริ่มทําถุง จนกระทั่งถุงเห็ดออกดอกเก็ บผลผลิ ตได จะชวยลดปญหาการเกิดเชื้อราแข งขันหรือรา
ปนเปอนไดเปนอยางดี ซึ่งจะนําไปสูความสําเร็จในการเพิ่มผลผลิตตอไป
แนวทางการแกไขปญหาเมื่อพบเห็ดสกุลนางรมแสดงอาการของโรคดอก
1. การถายเทอากาศ
ตรวจดูสภาพของโรงเรือนที่เพาะเห็ดวามีชองระบายอากาศเพียงพอหรือไม อาจเพิ่มชอง
เปด-ป ด (บานกระทุง) ที่ ดานขางทั้ง 2 ดานเพื่อใหเกิดการถายเทอากาศและปองกันการสะสมของกาซ
คารบอนไดออกไซด ควรเปดประตูและหนาตางในตอนเชามืดเพื่อระบายอากาศ
2. แสงสวาง
ตรวจความเข มของแสงภายในโรงเพาะ ใหมี ความสว างพอเพียงกั บการพัฒนาการ
เจริญเติบโตของดอกเห็ ดอ อน และใหพรอมสําหรับตรวจความผิดปกติตางๆ ของโรงเพาะ รวมทั้งของ
ดอกเห็ดด วยโดยวิธี เปดชองหนาตางหรือชองแสง หรือใชแสงไฟชวยโดยเฉพาะชวงเก็ บดอกเห็ดตอน
เชามืด
3. ความชื้น
ความชื้นที่ควรไดทําความเขาใจและหมั่นตรวจตรามี 2 อย าง คือ ความชื้ นสัมพัทธของ
อากาศภายนอกโรงเรือน และความชื้นภายในโรงเพาะเห็ด ระดับความชื้นโดยทั่วไปในระยะเป ดดอก
ควรอยูระหวาง 80 – 90% ความชื้ นภายในโรงเพาะมีความสัมพันธกับอุณหภูมิสูงต่ําของอากาศภายนอก
โรงเพาะ ดังนั้ น ในฤดูหนาวมักมี ปญหาเรื่องอากาศแหง ความชื้นต่ํา แนะนําใหใชผ าพลาสติก บุ
โรงเรือนดานใน ไมควรเปดประตูหนาตางโรงเรือนไวเพราะทําใหความชื้ นระเหยไป การให น้ําวันละ
3 เวลา จะชวยใหโรงเรือนเป ดดอกมีความชื้ นพอเหมาะ ส วนในฤดู รอน อุณหภูมิอากาศภายนอก
โรงเรือนจะสูง การปรับความชื้นภายในโรงเปดดอก โดยการใหน้ําวั นละหลายครั้ ง รวมทั้งควรลดน้ําที่
พื้นโรง ที่ขางฝาและหลังคา จะช วยใหโรงเรือนมีความชื้ นตามที่ตองการ นอกจากนี้ควรมีการระบาย
อากาศภายในโรงเรือนดวย
4. สูตรอาหาร
สูตรอาหารที่ ใช เพาะเห็ ดเปนสู ตรอาหารมาตรฐานหรือไม หรื อเป นสู ตรดั ดแปลงที่ได
เพิ่ม ธาตุ อาหารบางชนิ ดเขาไปทํ าให การเตรียมวั สดุ เพาะผิดไป การย อยสลายของวัสดุ เพาะการ
เปลี่ ยนแปลงทางเคมีและฟ สิ กส ของวัสดุ ไม สมดุล ทําให คุ ณภาพของวัสดุ เพาะเห็ดและธาตุอาหาร
เปลี่ยนไปดวย
แมลง – ศัตรูเห็ดและการปองกันกําจัด
การปองกันกําจัดแมลง – ศัตรูเห็ ดนั้ น เป นวิธีการที่ค อนขางละเอียดตองใชความรูและ
เทคโนโลยีสมัยใหม ซึ่งตองได รับการพัฒนาปรับปรุงอย างต อเนื่องจริ งจังเขาช วยอยู เสมอเปนประจํา
การผลิตเห็ดในบานเรานั้นไมใหผลดีเทาที่ควร เพราะวาไดมองขามเทคโนโยลีหลายๆ ดานที่สําคัญซึ่งก็มี
กันอยูแลว แตก็ไมไดนํามาใชหรือไมใหความสําคัญและนํามาใชปรับปรุงมากเทาที่ควร เปนที่นาเสี ยดาย
แทนฟารมเห็ดที่ตองลมเลิกกิจการไป เนื่องจากสาเหตุดังกลาว
โดยทั่วไปแลวถ ากลาวถึ งปญหาที่ เกิดจากแมลง – ศัตรู ที่คอยทําลายเห็ดและพบเปน
ประจําก็ คงจะเปนแมลงตัวเล็กๆ มีปกจัดอยูในวงศดิบเทอรา (Diptera) ก็ คื อ แมลงวันเปนสวนมาก ทั้งนี้
เพราะวาหนอนแมลงวั นพวกนี้มีขนาดจิ๋วเปนศัตรูที่ คอยทําลายเงียบๆ แตรุนแรงมาก บางครั้งกวาจะรูวา
เห็ดถูกทําลายก็เนาเสียหายเกินแกไขเสียแลว สําหรับศัตรูที่ควรใหความสนใจในการปลูกเห็ดในป จจุบัน
อันดับรองถัดไปก็ ไดแก พวกหนอนผีเสื้อ ดวงปกแข็ง เพลี๊ยไฟ แมลงสาป หนู และมนุษยดวย
หลักการบริหารแมลง – ศัตรูพืช
ตามที่ไดกลาวมาแลวแตตนวาแมลงไรและศัตรูเห็ดที่สําคัญๆ มั กจะมีขนาดเล็กมาก การ
กําจัดนับไดว าคอนขางลํ าบากมาก ที่ว าลําบากนั้นก็เพราะวาการที่จะกําจั ดศั ตรูตางๆ โดยการใชสารเคมี
เหมื อนอยางพืชอื่นๆ นั้น เปนการเสี่ ยงตออันตรายอย างมหาศาล คือ ด านผูปลูกพืชหรือผลิตเอง ถาใช
โดยขาดความรูและความรอบคอบและประสบการณก็มักจะทํ าใหดอกเห็ดหรือเสนใยเห็ดเปนพิษแสดง
อาการบิดเบี้ยวผิดปกติ (Phytotoxic) ซึ่งก็แนนอนทําใหคุณภาพและราคาลดลงไป อี กทั้งยังเปนการเพิ่ม
ตนทุนในการผลิตจากซื้อสารเคมีด วย สําหรับดานผูบริโภคนั้ นแนนอนเหลือเกินตองเสี่ยงตอพิษตกคาง
ในดอกเห็ด ทั้งนี้เพราะวาเห็ดเปนพืชที่ใชบริโภคสดหรือสุกๆ ดิบๆ หากไดบริโภคเห็ดที่มีสารเคมีตกคาง
อยูมากก็อาจถึงตายหรืออัมพาตได ดังนั้นการที่จะกําจัดแมลงศัตรูโดยใช สารเคมี นั้น จึ งควรใชอยาง
ระมั ดระวัง และควรหลี กเลี่ยงมากที่ สุดเทาที่จะทําได นาจะพิจารณาถึงวิธีการป องกันล วงหนากันดีกวา
ซึ่งแตละวิธีก็สามารถนําไปปฏิบัติไดไมยากนัก กลาวคือ
1. การผลิตเห็ดเพื่ อบริโภคหรือจําหนายเป นการคานั้ น การรักษาความสะอาดอยางถูก
หลักอนามั ยและบริเวณรอบๆ โรงเรื อนเปนสิ่งสําคัญและจําเปนอยางยิ่ง ซึ่งอาจกระทําไดโดยการดูแล
ความสะอาดของผูเข าไปปฏิบัติงานหรือผูเขาเยี่ยมชมอยางเครงครัด หรื อกอนที่จะนําเอาถุงกอนอาหาร
2. การวางเวนพักโรงเรื อนหรื อทํ าโรงเรือนเพาะใหวางเปลา ไวสักระยะเวลาหนึ่ ง
(Emptying) จะเปนการตัดวงจรชีวิตทั้งโรคแมลง – ศัตรูชนิดตางๆ ที่ระบาดและสะสมอยูในโรงเรือนได
เชน เรารูวาหนอนแมลงวันที่ระบาดทําลายเห็ ดมีอายุคอนขางสั้นและชอบเขาดักแดที่ถุงบรรจุกอนอาหาร
เห็ดหรือสวนของเห็ดที่ เนา ซึ่งถาหากสามารถตัดชวงนี้ออกได คือไมมี ถุงเห็ดใหวางไขหรือดักแด พวก
ที่เหลือสวนมากก็จะตายหรือเปอรเซ็นตการรอดนอยที่สุด และเมื่อโรงเรือนวางเปลาก็จะสามารถใชยารม
อบได เชน ใชฟอสฟนเมททิลโบรไมด หรือพนดวยสารไดอะซินอน (บาซูดริน) หรือมาลาไธออน เพื่ อ
ฆาศัตรูทุกชนิดได (แตควรที่จะตองศึกษาวิธีทํากอนลงมือทํา) และหลังจากนี้ก็ยังสามารถทําความสะอาด
ไดอยางถูกหลักวิธีดวย
3. การดูแลเอาใจใส ในความเปลี่ยนแปลงของเห็ดที่ปลูกไวทุกระยะอยางละเอียด เทาที่
ทําได โดยเปนคนชางสังเกตการณ หมั่นเสาะหาความรูหรือเทคโนโลยีใหมๆ เพิ่ม เชน การนําเอาเครื่อง
ดั กจับไฟฟ าชนิดหลอด (Black – light) หรือกับดักกาวสี (Sticky – trap) มาใชในโรงเรือนเพื่อ ควบคุม
ปริมาณตัวแกของแมลงวันศัตรูเห็ดและอื่นๆ ก็จะเปนประโยชนอยางมากโดยจะสามารถแกไขปญหาหรือ
เหตุการณที่เกิดขึ้นไดทันทวงที
4. หากมี ความจําเป นหรือหลีกเลี่ยงการใชสารเคมีในการกําจัดแมลงและศัตรูไมไดจริงๆ
ก็ ควรไดมีการศึกษาถึงรายละเอียดเกี่ ยวกับวิธีใชที่ ถูกตอง การออกฤทธิ์ของสารแตละชนิดการเลือกใช
สารให ถูกกับชนิดของแมลง – ศัตรู ความเปนพิษของสารและการสลายตัวของสารฯ บนพืชเปนตน
สารเคมีแต ละชนิ ดนั้นมีประสิทธิภาพสามารถฆ าแมลง – ศัตรู ในขณะเดียวกั นก็อาจทําให ดอกเห็ด
ผิดปกติจนเสียหายหรือมีพิษตกคางอยูมากก็ได แตอย างไรก็ตาม ไมควรที่จะใช สารเคมีพนลงบนถุงหรือ
ดอกเห็ดโดยตรง แตควรเนนในแง การปองกันจะดีกวา เชน ใช กับพื้นโรงเรือน ชั้นวางเห็ด ตัวอาคาร
โรงเรือน เมื่ออยูในระยะวางเวน (Emptying) หรืออาจใชสารเคมีผสมกับกอนอาหารเห็ดกอนบรรจุถุง แต
หากจําเปนตองใช สารเคมีจริงๆ ก็ควรพิ จารณาใชสารเคมี ที่ได รับการทดสอบจากผูทํางานด านนี้ ทั้งใน
และนอกประเทศแลว อาทิ ไดอะซินอน (Diazinon) หรือ บาซูดิน (Basudin) , มาลาไธออน (Maiathion)
เชื้อบีที (BT. = Bacillus thuringiensis) ซึ่งบางชนิ ดสามารถระงับการลอกคราบชนิดตางๆ เชนสาร lGR
(lnsect Growth Regulator) สารในกลุ มไพรีทรอยดซึ่งมีฤทธิ์ตกคางคอนข างสั้นและสําหรับยาโรคนั้น มี
เบนโนมิล (benomyl)หรือ เบนเลท (Benlate) และคารเบนดาซิม (carbendazim) เปนตน
5. สําหรับทานที่กําลังคิดจะขยายกิจการปลูกเห็ ดใหใหญโตกวางขวางขึ้ นไปก็ควรจะมี
การวางแผนล วงหน าในการจัดการ (management) ในระดับตางๆ ใหดีก อนลงมือดําเนินการ เชน มีการ
วางแผนลวงหนาเกี่ยวกับสายพันธุ การปองกันและกําจัดแมลงและโรค โดยเฉพาะแผนการตลาดหรือจะ
ซึ่งเรื่ องนี้ อยากจะขอใหผูเพาะเห็ดไดตระหนักใหมากขึ้น คือ ตองมี การวางแผนการผลิต การดูแลรักษา
และดานตลาดกอนที่จะมีการเริ่มลงมือเพาะเห็ด และควรจดบันทึกทุกอยางที่พบเห็นทั้งสภาพปกติและไม
ปกติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 28, 2011, 06:10:10 PM โดย agkkarut » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!